แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนวคิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนวคิด แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

วิธีคิดใหม่...ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วย Marketing 3.0

หากมองไปถึงการเคลื่อนตัวของการตลาด Marketing แล้วนั้น


จะเห็นว่า...


การเคลื่อนตัว "ครั้งใหม่" เริ่มขึ้นมาแล้วช่วงหนึ่ง



เป็นการเคลื่อนตัวจาก....


Marketing 1.0...ไปสู่ Marketing 2.0... ไปสู่ Marketing 3.0



และบางคนก็เริ่มมากล่าวถึง Marketing 4.0 แล้ว...แต่ผมว่ายังไม่ถึง


หากเป็น Marketing 3.0 ก็ยังพอเห็นได้ชัดเจน

แล้วมันต่างกันอย่างไร ? ....






Marketing 1.0

เป็นการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นไปที่การผลิต "ตัวผลิตภัณฑ์" เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด

หรือที่เรียกว่า Product centric


Marketing 2.0

เป็นการเปลี่ยนมุมการคิด โดยมามุ่งมองที่ "ตัวลูกค้า" หรือ ผู้บริโภค

ซึ่งจะเน้นไปที่ลูกค้าเป็นกลุ่ม หรือ เป็นรายๆไป

เรียกว่า Customer Centric นั่นเอง


Marketing 3.0

เป็นมุมมองที่ถือว่า "ยิ่งใหญ่"

และขอบเขตดูจะ "กว้าง" กว่าของเดิมๆ

โดยจะมุ่งคิดไปถึง "ความเป็นมนุษยชาติ" ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับ "สิ่งแวดล้อมรอบตัว"

มองเรื่ององค์รวมมากขึ้น

มองเรื่องความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องมากขึ้น

เรียกว่า Human Centric


ดังจะเห็นได้จาก...

แต่ละบริษัทได้พูดถึงและปฏิบัติในเรื่องเกี่ยวกับ...

สังคม...

สิ่งแวดล้อม...

ความเป็นธรรม...

เพิ่มมากขึ้นกว่าอดีตมาก


....

อ๋อ ครับผม

วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

การสร้างแบรนด์ที่ดี - Branding

การสร้างแบรนด์...

แบรนด์ที่ดี...ไม่ใช่แค่ต้องเป็นที่น่าจดจำเท่านั้น

แต่ต้องมี "ความหมายที่แท้" ต่อตัวผู้บริโภคหรือลูกค้าด้วย

ซึ่งอาจหมายถึง...
ความน่าเชื่อถือ...
ความปลอดภัย...
ความนำสมัย...
เอกลักษณ์...
หรือ อาจจะเป็น "มิตรต่อสิ่งแวดล้อม"



วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แนวคิด Lean ที่แตกต่างจากแนวคิดเดิมๆ



แนวคิดเรื่อง "ลีน" หรือ Lean ที่แตกต่างจากแนวคิดแบบเดิมๆ ได้แก่


๑. มุ่งไปที่ลูกค้า Customers


๒. จัดการความสูญเปล่า Waste


๓. กำจัดค่าใช้จ่าย Eliminate


๔. ทำให้ง่ายขึ้น Simplify


๕. เรียนรู้จากการทำ Learn by Do


๖. มุมมองระยะยาว Long-term


วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ความคิดความเชื่อ "ด้านความสำเร็จ" ของ Steve Jobs


About 'Success'...

"มีคนกล่าวว่า...
ต้องรักในสิ่งที่ทำอย่างมาก(จึงจะสำเร็จในสิ่งนั้น)
นับว่าจริงทีเดียว...

เพราะหากคุณไม่รักมัน...มันคงจะสำเร็จยาก
และก็มักจะ "ล้มเลิกกลางคัน"...

คุณต้องทำสิ่งต่างๆอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน...คุณจึงต้องมีความรักในมัน
จึงจะพบความสำเร็จ

คนที่รักในงานที่ทำ...จะอดทนสู้ต่อความยากลำบากได้
..."

จากหนังสือ "ถอดรหัสสมอง-อัจฉริยะแห่งแอปเปิ้ล - ความเชื่อของสตีป จอบส์" ของสำนักพิมพ์ขวัญข้าว

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ความคิดความเชื่อ "ด้านธุรกิจ" ของสตีฟ จ๊อบส์ Steve Jobs


"...ผมมีความเชื่อว่า...
การสร้างบริษัทนั้นเป็นเรื่องยากมากๆ
คุณจะต้องชวนคนที่เก่ง มีความสามารถที่สุด มาทำงาน
และทำให้เขาอยู่กับคุณ
ต่อไปเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...
และทำงานอย่างดีที่สุดในชีวิตของพวกเขา..."


วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ความคิดความเชื่อของสตีฟ จอบส์ Steve Jobs


คุณไม่สามารถถามลูกค้าได้ว่า...
พวกเขาต้องการอะไรบ้าง
...
เพราะเมื่อคุณสร้างสิ่งนั้นมา
เพื่อจะให้กับลูกค้า

คุณจะพบว่า...
พวกเขาต้องการ "สิ่งใหม่" เสียแล้ว



เพราะมันเป็น "ความโง่" ที่เท่ากัน


ครั้งหนึ่ง เธอบอกว่า...ฉันนี้น่ารัก
วันนี้...เธอบอกว่า ไม่น่ารักเสียแล้ว

เมื่อไรหนอ
เธอจะพูดว่า...ไม่มีอะไร
- ทั้งที่น่ารัก และ ไม่น่ารัก !

เพราะมันเป็น "ความโง่" ที่เท่ากัน

เมื่อนั้น
เธอกับฉันเป็นคนเดียวกัน

--- ท่านอาจารย์พุทธทาส

...
อ๋อ ครับผม

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ผู้จัดการที่ดี..จะตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่ "ไม่สมบูรณ์แบบ"


การที่จะอยู่ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างสมบูรณ์แบบนั้น
ต้องบอกว่า...
"เป็นไปไม่ได้"
ใช่แล้วครับ เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะมีข้อมูลทุกอย่าง อย่างครบถ้วน

เพราะแม้แต่การมีข้อมูลที่ "มากเพียงพอ"
ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างมากในการรวบรวม
และอาจส่งผลให้การตัดสินใจ "ช้าเกินไป"

แม้การตัดสินใจจะถูกต้อง
แต่การตัดสินใจช้าเกินไป อาจจะไม่มีประโยชน์อันใดเลย

...
อ๋อ ครับผม

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

TEAM และ Group...อะไรคือความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้กันแน่


ส่วนมาก เวลาเราคุญเรื่อง "การทำงานกลุ่ม"
เรามักจะบอกว่า...เป็นการทำงาน "เป็นทีม" หรือ Team working

แต่จริงๆแล้วมันมีความแตกต่างระหว่าง...
Team และ Group

มีองค์ประกอบที่ใช้พิจารณาอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่
1. Task เรื่องงาน
2. Individual เรื่องเกี่ยวกับตัวเราเอง
3. Group เรื่องของกลุ่ม

การจะบอกว่าเป็นการทำงานเป็นทีม Teamwork ได้นั้น
ต้องมีการตั้ง "เป้าหมาย" หรือ Common Goals
ซึ่งเป้าหมายนี้ จะต้องมีส่วนสัมพันธ์กับทั้ง 3 องค์ประกอบข้างต้น

มิฉะนั้นแล้ว...
คงเรียกว่าเป็นกลุ่มทำงาน
มากกว่าที่จะเป็นการทำงานเป็นทีมที่แท้จริง

...
อ๋อ ครับผม

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

ข้อคิด "คมคม" จาก คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก


สิ่งที่คุณคิด...
กำหนดสิ่งที่คุณกระทำ
สิ่งที่คุณกระทำ...
กำหนดสิ่งที่คนอื่นจะมีปฏิกิริยากับคุณ

...
ยอมรับความคิดใหม่ๆ
ทำตัวเป็น "ฟองน้ำ"...
เพื่อดูดซับ

....
"เชื่อว่ามันเป็นไปได้"
นี่เป็นความจริงพื้นฐานในการทำอะไรก็ตาม

...
"สึกไปดีกว่าเป็นสนิม"
ชีวิตเป็นของคุณที่จะสนุกสนาน
อย่าปล่อยให้เสียไปอย่างไร้ประโยชน์

...
อ๋อ ครับผม

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

Habit "นิสัย"...สร้างนิสัย ง่ายกว่า การเปลี่ยนนิสัย


นิสัย...
สร้างได้!

และการสร้างนิสัย...ง่ายกว่าการเปลี่ยนแปลงนิสัย

มีคนคิดสมการ "การสร้างนิสัย" ไว้อย่างน่าคิดว่า...

"นิสัย"...
เกิดจากองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่
๑. ความรู้
๒. ทักษะ
๓. ความอยาก

โดย
ความรู้ หมายถึง...รู้ว่าจะทำอะไร
ทักษะ หมายถึง...การลงไปทำสิ่งนั้น
และ
ความอยาก หมายถึง...ความต้องการที่จะทำสิ่งนั้น

ดังนั้น
"นิสัย" จึงถือเป็น "แบบแผน" ของชีวิต
อย่างหนึ่งเช่นกัน

...
อ๋อ ครับผม

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

หาก..อยาก "สำเร็จ"!...อยู่ที่คุณคนเดียวเท่านั้น...อย่าคอยเลย!

หาก..อยาก "สำเร็จ"!...อยู่ที่คุณคนเดียวเท่านั้น...อย่าคอยเลย!

...
เราไม่สามารถรอคอย "ใครก็ตาม"...
ที่จะมาเปลี่ยนแปลงตัวเรา

วิธีเดียวที่ดีที่สุด...ที่จะทำให้ตัวเราเองดีขึ้น คือ...
กระตุ้นตัวเราเอง "ด้วยตัวเอง"


 
การรอคอย...ก็คือ...
การรอคอยต่อไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด

หากคุณคอย "โอกาสที่สวยงามที่สุด"...
จงรับรู้ได้เลยว่า...
"ไม่มีวันนั้น"
...แน่นอน!

...
"จงหยุด" ที่จะคอยสิ่งเหล่านี้เถิด...
คอยให้ความเชื่อมั่นมากขึ้น
คอยให้ถึงเวลาที่เหมาะสม
คอยคนอื่นมาช่วยเปลี่ยนตัวเรา
คอยอากาศดีๆจะเริ่มขึ้น
คอยดอกเบี้ยสูงขึ้น
คอยว่า "ทุกคำถาม" จะได้รับคำตอบเสียก่อน (แล้วจึงจะทำ)
คอยที่จะให้ "ความกลัวการล้มเหลว" หมดไปก่อน (แล้วจึงจะทำ)

จงหยุดคิดแบบนี้
...

อ๋อ ครับผม

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

"ไม่ยอมมือเปล่า" เคล็ดลับการค้าจีน


"ไม่ยอมมือเปล่า"

เป็นเรื่องของการรู้จัก "พลิกแพลง" เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ หรือ วิธีการทำงาน

โดยเฉพาะเมื่อการค้าเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
หรือ ผิดไปจากแผนการที่วางไว้

เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะพลิกแพลงให้ได้
ใช้ "วิกฤติ" เป็น "โอกาส" ให้ได้

หนังสือยกตัวอย่างไว้ว่า...
เปรียบเหมือน "ชาวประมง" ออกเรือไปหาปลา
ยังไงเสียก็ไม่ควรกลับบ้านมือเปล่า

แม้จะได้หอยได้ปูเล็กๆน้อยๆ กลับบ้าน
ก็ยังดีเสียกว่าไม่ได้อะไรเลย

...
หนังสือโดย
เกรียงชัย เหรียญวิริยะกุล

...
อ๋อ ครับผม

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กล้าที่จะเปลี่ยน "ตนเอง" วันนี้...ตอนที่ 2


"หากเราเปลี่ยนช้าจนเกินไป...
พวกเราก็จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง(คนอื่นๆ)"
...ลีกวนยู

...

หากการเปลี่ยนแปลงนั้น...เราควบคุมมันได้...
มันคือ "ความก้าวหน้า"..
แต่หากเราควบคุมจัดการมันไม่ได้...เราเรียกมันว่า "วิกฤติ"

แต่อย่างไรก็ตาม...
ไม่ว่าจะ "ความก้าวหน้า" หรือ "วิกฤติ"...
ล้วนมีคำว่า "การเปลี่ยนแปลง" เป็นสิ่งที่แน่นอนเสมอ

หากคุณขับรถไปบนเส้นทาง "เดิมๆ"...
จุดหมายปลายทางที่คุณจะไปถึง...
แน่นอนว่า..เป็นสถานที่เดิมเสมอ

ทุกวันนี้...
ไม่ใช่ "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" เสียแล้ว..
แต่เป็น...
"คนที่เร็วกว่า.. จะชนะ"

และ หากคุณไม่สามารถ "ทิ้งอดีต" ไว้ข้างหลังได้...
คุณก็ยากที่จะเดินไปสู่ "อนาคตข้างหน้า"

ไอน์สไตน์ กล่าวว่า..
"เพียงสิ่งเดียวที่ขัดขวางการเรียนรู้...มันคือ การศึกษา(ที่ได้รับมา)"

...
อ๋อ ครับผม

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

หน้าที่ของมนุษย์ คือ “ทำปัจจัยให้พร้อม” - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต)


“การพัฒนาที่ยั่งยืน” ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต)

การพัฒนาคน Human Development นั้น มี ๓ ด้าน คือ
๑.     ด้านพฤติกรรม
ได้แก่ วินัย การทำมาหาเลี้ยงชีพ วิธีปฏิบัติและเสพบริโภคอย่างแบ่งปันและอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม
๒.     ด้านจิตใจ
ได้แก่ คุณธรรม ความรู้สึก แรงจูงใจ และสภาพจิตใจ
๓.    ด้านปัญญา
คสามรู้ความเข้าใจเหตุผล การเข้าใจถึงความจริง ทัศนคติ และแนวความคิดต่างๆ

เมื่อการศึกษาที่บูรณาการทั้ง ๓ ด้านนี้ ก็จะเกิดการพัฒนาคนอย่างเป็นองค์รวม
ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเชิงวัฒนธรรมเข้ามาบรรจบกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

การแก้ปัญหาแบบองค์รวมหรือบูรณาการให้มีดุลยภาพนี้
ก็คือ ความพรั่งพร้อมของ “เหตุปัจจัยหรือองค์ประกอบ” เท่านั้น
คือเมื่อปัจจัยครบถ้วน ผลที่ต้องการก็จะเกิดขึ้น
เพราะฉะนั้น...
หน้าที่ของมนุษย์ คือ “ทำปัจจัยให้พร้อม”

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

ต้องพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับ “การพัฒนาคนให้มีจริยธรรม” - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต)


“การพัฒนาที่ยั่งยืน” ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต)

ปัญหาที่ขัดขวางการแก้ปัญหาธรรมชาติแวดล้อม ทำให้การแก้ปัญหาการพัฒนาสำเร็จ ทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ได้ ก็เพราะปัญหากิเลส ๓ อย่างที่เป็น “ตัวขัดขวางจริยธรรม” คือ ตัณหา มานะ ทิฏฐิ
๑.     ตัณหา ความอยากได้ อยากบำรุงบำเรอตัวเอง อยากได้ประโยชน์
๒.     มานะ ความใฝ่อำนาจ ต้องการยิ่งใหญ่ ครอบงำ
๓.    ทิฏฐิ ความยึดมั่นตลอดจนคลั่งไคล้ในค่านิยม แนวความคิด ลัทธิ ศาสนา อุดมการณ์ต่างๆ ข้อนี้เป็นตัวร้ายที่สุดที่ทำให้ปัญหายืดเยื้อและแก้ได้ยาก

จะต้องพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับ “การพัฒนาคนให้มีจริยธรรม”
แล้วเราจะเข้าสู่ภาวะพัฒนาโดยไม่เพิ่มปัญหา

โดยจริยธรรมนี้ ต้องมีทั้งระดับบุคคล และระดับชาติระดับสังคม
การพัฒนาให้มีจริยธรรม ก็ด้วย “การศึกษา”
อย่างน้อยต้องรู้เท่าทันปัญหา

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ประสบการณ์ที่ได้รับรู้จากแบรนด์ คือ ตัวเปลี่ยน "ความคิดการรับรู้" ของผู้ใช้


ข้อคิดจากหนังสือ The Experience effect...

เราทุกคนสัมผัสกับ “แบรนด์” Brands ของสินค้าต่างๆในชีวิต...อยู่ “ตลอดเวลา”
ไม่ว่าเราจะรู้สึกตัวหรือไม่ก็ตาม...
 การสัมผัสแบรนด์สินค้าต่างๆของเรานั้น...สามารถแบ่งเป็นความรู้สึก “หลายระดับ”...
อาจเป็น... “ว้าว!”
อาจเป็น... “ก็โอเค”
อาจจะเป็น... “ไม่น่าสนใจ”
หรือ เป็น... “แย่!”

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือ... “ประสบการณ์ตรง...ส่วนตน” Personal Experiences
กับแบรนด์นั้นๆ...
และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันจะเป็นตัวเปลี่ยนแปลง “ความคิด” หรือ “การรับรู้” ของเราเอง Perception

ดังนั้น...
ในบทบาทหน้าที่ “นักการตลาด” แล้ว...
ต้องไม่ยอมให้ “ลูกค้า” มีโอกาสไปทดลองสินค้าอื่นๆ...โดยเฉพาะของคู่แข่ง... “เป็นอันขาด!”
ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ...
เช่น...สินค้าขาดตลาด ลูกค้าจำเป็นต้องใช้สินค้าในหมวดนี้ ก็เลยไปลองสินค้าแบรนด์อื่นๆ
หากลูกค้า “รู้สึกว่า” ไม่แตกต่าง...เขาก็อาจจะลดระดับ “ความภักดี” Loyal ต่อแบรนด์ของเรา
...
เป็นต้น

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

คิดอย่างไร...เป็นอย่างนั้น - Attitude is Everything !


Attitude toolkit (1): the power of visualization
พลังของการคิดภาพความสำเร็จในอนาคต
คือ ภาพที่เราอยากให้เกิดขึ้นนั่นเอง
ตรงนี้เป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับตนเองที่ทรงพลังมากทีเดียว
ส่วนมากเรามักจะทำเพียงการตั้งเป้าหมาย
หากเราเพิ่มพลังของเป้าหมายด้วย “การสร้างภาพความสำเร็จในอนาคต”
โอกาสความสำเร็จย่อมมีอยู่สูง!

Attitude toolkit (2): protect your eye-gate
รักษาการรับรู้ที่ดีๆ
ดวงตาคือช่องทางของการรับรู้ที่สำคัญ
ก่อนเข้าสู่สมองของเรา
เราต้องรักษาให้ตาของเรารับรู้แต่สิ่งดีๆ (ก่อนนำเข้าไปคิดอยู่ในสมอง)
เช่น ดูทีวีรายการดีๆ เรื่องราวในมุมบวก หรือที่มีประโยชน์ต่อความรู้สึกของเรา
อ่านหนังสือดีๆ ที่ให้มุมบวกกับชีวิต เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เลือกที่จะเป็นผู้นำแบบ "เล่าปี่" หรือ "โจโฉ" ?


ขึ้นชื่อว่า "ผู้นำ" แล้ว
ต้องมีแบบแผน "ชีวิต" ที่แตกต่าง

แน่นอนว่า...ในเรื่องเกี่ยวกับผู้นำจากตำนานแล้ว
ต้องนึกถึง "ผู้นำจากสามก๊ก"

ที่โดดเด่น และ แข่งขันกันมาตลอด
เห็นจะเป็น ๒ ตัวเอก คือ...
"เล่าปี่" กับ "โจโฉ"
เป็น ๒ แบบที่แตกต่างกัน "ชัดเจน"

"เล่าปี่"...อ่อนนอก แข็งใน
บุคลิกน่าคบหา.. น่าเลื่อมใส
ดูมีหลักการ..มีคุณธรรมสูง...ไม่เอาเปรียบ..ให้เกียรติ
เรื่องบู๊ก็ไม่เป็นรองใคร...ด้วยกระบวนท่า "กระบี่คู่" 
สร้างผลงานโดดเด่นแบบ "ทีมเวิร์ค" (กับกวนอูและเตียวหุย)

"โจโฉ"...นอกก็แข็ง ในก็แข็ง
วิสัยทัศน์และอุดมการณ์เป้าหมาย "ชัดเจน"..มุ่งมั่น
ไม่ยอมให้ใครขวางทาง "ความสำเร็จ"
เก่งทั้ง "บู๊และบุ๋น" 
มีภาพ "ความเป็นผู้นำ" สูงมาก
ด้วยความ "เด็ดขาด" 
ข้อที่โดดเด่นข้อหนึ่ง คือ...
"ชอบคนเก่ง-มีความสามารถ"
ทำให้มีพวกเยอะ (เครือข่าย)

...
เมื่อเราต้องเป็นผู้นำกลุ่ม
ก็ต้องเลือกให้ชัดเจนว่า...
จะเอาอย่างไหน...
"เล่าปี่ หรือ โจโฉ"...เอาให้แน่

ทั้งนี้ทั้งนั้น...
แบบไหนก็ตาม..ย่อมนำพาไปสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน
ขึ้นอยู่กับ "การบริหารจัดการ" และ "จังหวะเวลา"
บวก "โชคชะตา" อีกเล็กน้อย

...
อ๋อ ครับผม 

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ผู้นำที่แท้ ไม่ได้เกิดมาจาก "ความนิยมชมชอบ" Leadership is not a Popularity contest - Sanjiv Ahuja


ความเป็นผู้นำ ไม่ได้เกิดมาจาก "ความนิยมชมชอบ" (Popular)
ที่ให้พนักงานลงคะแนนโหวตกัน

ไม่ได้เกิดจากการเลือกที่จะบริหารแบบ "ประชาธิปไตย"
ที่ต้องให้พนักงานมาเสนอความคิดความเห็น
หรือเลือกกันว่า...
"คนคนนี้ มีความเป็นผู้นำหรือไม่?"

เมื่อ "คนที่เป็นผู้นำ" ตัดสินใจ...
แน่นอนว่า..ไม่ได้ถูกใจใครทุกคน
ไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของทุกๆคนในองค์กร

ผู้ที่เข้าใจ คำว่า "ผู้นำที่แท้จริง"...
ย่อมรู้และเข้าใจว่า..การตัดสินใจของผู้นำนั้น...
ไม่ได้ "โดนใจ" ใครทุกคนอย่างแน่นอน

และแน่นอนว่า...
บางครั้ง..การตัดสินใจของผู้นำอาจจะไม่ถูกต้อง
หรือ ไม่สำเร็จตามคาดหวัง
แต่...เมื่อเป็น "ผู้นำ" แล้ว
ก็ต้องเข้าใจอย่างแท้จริงในบทบาทตนเอง
และต้องกล้าหาญที่จะนำแบบนั้น

"อย่ากลัว และ อย่าสบสัน" ระหว่าง...
"ความนิยมชมชอบ" กับ "ทางเลือกที่ถูกต้อง"

...

จากบท Leadership is not a Popularity contest 
โดย Sanjiv Ahuja - Chief Executive of Orange Group

...
อ๋อ ครับผม