แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ change แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ change แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ความคิดความเชื่อของสตีฟ จอบส์ Steve Jobs


คุณไม่สามารถถามลูกค้าได้ว่า...
พวกเขาต้องการอะไรบ้าง
...
เพราะเมื่อคุณสร้างสิ่งนั้นมา
เพื่อจะให้กับลูกค้า

คุณจะพบว่า...
พวกเขาต้องการ "สิ่งใหม่" เสียแล้ว



วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

หาก..อยาก "สำเร็จ"!...อยู่ที่คุณคนเดียวเท่านั้น...อย่าคอยเลย!

หาก..อยาก "สำเร็จ"!...อยู่ที่คุณคนเดียวเท่านั้น...อย่าคอยเลย!

...
เราไม่สามารถรอคอย "ใครก็ตาม"...
ที่จะมาเปลี่ยนแปลงตัวเรา

วิธีเดียวที่ดีที่สุด...ที่จะทำให้ตัวเราเองดีขึ้น คือ...
กระตุ้นตัวเราเอง "ด้วยตัวเอง"


 
การรอคอย...ก็คือ...
การรอคอยต่อไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด

หากคุณคอย "โอกาสที่สวยงามที่สุด"...
จงรับรู้ได้เลยว่า...
"ไม่มีวันนั้น"
...แน่นอน!

...
"จงหยุด" ที่จะคอยสิ่งเหล่านี้เถิด...
คอยให้ความเชื่อมั่นมากขึ้น
คอยให้ถึงเวลาที่เหมาะสม
คอยคนอื่นมาช่วยเปลี่ยนตัวเรา
คอยอากาศดีๆจะเริ่มขึ้น
คอยดอกเบี้ยสูงขึ้น
คอยว่า "ทุกคำถาม" จะได้รับคำตอบเสียก่อน (แล้วจึงจะทำ)
คอยที่จะให้ "ความกลัวการล้มเหลว" หมดไปก่อน (แล้วจึงจะทำ)

จงหยุดคิดแบบนี้
...

อ๋อ ครับผม

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กล้าที่จะเปลี่ยน "ตนเอง" วันนี้...ตอนที่ 2


"หากเราเปลี่ยนช้าจนเกินไป...
พวกเราก็จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง(คนอื่นๆ)"
...ลีกวนยู

...

หากการเปลี่ยนแปลงนั้น...เราควบคุมมันได้...
มันคือ "ความก้าวหน้า"..
แต่หากเราควบคุมจัดการมันไม่ได้...เราเรียกมันว่า "วิกฤติ"

แต่อย่างไรก็ตาม...
ไม่ว่าจะ "ความก้าวหน้า" หรือ "วิกฤติ"...
ล้วนมีคำว่า "การเปลี่ยนแปลง" เป็นสิ่งที่แน่นอนเสมอ

หากคุณขับรถไปบนเส้นทาง "เดิมๆ"...
จุดหมายปลายทางที่คุณจะไปถึง...
แน่นอนว่า..เป็นสถานที่เดิมเสมอ

ทุกวันนี้...
ไม่ใช่ "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" เสียแล้ว..
แต่เป็น...
"คนที่เร็วกว่า.. จะชนะ"

และ หากคุณไม่สามารถ "ทิ้งอดีต" ไว้ข้างหลังได้...
คุณก็ยากที่จะเดินไปสู่ "อนาคตข้างหน้า"

ไอน์สไตน์ กล่าวว่า..
"เพียงสิ่งเดียวที่ขัดขวางการเรียนรู้...มันคือ การศึกษา(ที่ได้รับมา)"

...
อ๋อ ครับผม

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กล้าที่จะ “เปลี่ยนแปลง” ชีวิต - ตอนที่ 1


กล้าที่จะ “เปลี่ยนแปลง” ชีวิต - ตอนที่ 1

สิ่งที่แน่นอนที่สุด คือ “การเปลี่ยนแปลง”
(การเปลี่ยนแปลง คือ สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา)

ทุกวินาทีที่ผ่านไป เราไม่เคยเหมือนเดิม
(ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา)

คนที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ก็มีชีวิต(ความคิด)เหมือนถูกโบกทับด้วยปูนเอาไว้

เพียงคนที่ตายเท่านั้น ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิด
(หรือในทำนองกลับกัน - คนที่ยังมีลมหายใจ สามารถเปลี่ยนความคิดได้เสมอ)

เพียงคนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

“งู” ที่จะเติบโต ย่อมต้องลอกคราบเก่าออกทิ้งเสมอ

ปราศจากการเปลี่ยนแปลง ย่อมแสดงว่า “ไม่เติบโต” อีกแล้ว...และเมื่อไม่เติบโต อนาคตก็คือ “ความตาย”

คนที่ไม่ชอบเปลี่ยนแปลง มักมีเหตุมาจาก “ความกลัวต่อสิ่งที่เขาเองไม่รู้” Unknown
การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว(ในทุกวัน) ทำให้เราเองต้องมีความสามารถในการปรับตัวได้เร็วขึ้น
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า...เราเองต้องมีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้รวดเร็ว(จึงจะปรับตัวได้เร็วทันการเปลี่ยนแปลง)

การเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิด “ความสดใหม่” และ “นวัตกรรม”

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

'Change is good' - David Brandon - Chairman & CEO of Domino's Pizza


"โค้ช ต้องเตรียมทีม เพื่อที่จะชนะ เสมอ"

การเปลี่ยนแปลง (Change) นั้น
เรามักไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามันจะเกิดตอนไหน
บางครั้ง...มันเกิดรวดเร็วเกินกว่าที่เราจะคาดคิด

เหมือนการเล่นกีฬา
พอจะได้พักเหนื่อยบ้าง
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดทันทีตรงนั้น...ทำให้เราต้องลุกขึ้นไปแข่งต่อ
มันก็เป็นอย่างนี้

ในบทบาท "ผู้นำ" ก็เช่นเดียวกัน
ผู้นำต้อง "เตรียม" องค์กรให้พร้อมอยู่เสมอ
โดยการเริ่ม "เปลี่ยมมุมมองหรือวิธีคิด" ของทีมงาน
ให้พร้อมที่จะรับ "การเปลี่ยนแปลง"
พร้อมที่จะมองว่า "การเปลี่ยนแปลงคือสิ่งดี" Change is good!

...
อ๋อ ครับผม

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Release your Brilliance – เปล่งประกาย “ความสุดยอด” ของคุณออกมา ให้โลกรู้!

Release your Brilliance – เปล่งประกาย “ความสุดยอด” ของคุณออกมา ให้โลกรู้!

เป็นหนังสืออีกเล่มหนังที่อ่านง่าย และ ให้กำลังใจสูงมาก
เขียนโดย Simon T. Bailey เป็นคนดำที่ถูกมองไม่ดี เหยียดผิว ในวัยเด็ก
แต่เขาสามารถเปลี่ยนมุมคิด เพื่อเปล่งประกายความสุดยอด หรือ “ความยิ่งใหญ่” ออกมาได้
สุดยอดครับ...

“ถิ่นที่เกิด หรือ ชีวิตที่ผ่านๆมา ไม่ได้เป็นตัวกำหนด อนาคต/ชะตาชีวิตของคุณ(Destiny)”
“ชีวิตทุกคนเกิดมากับความแตกต่างที่โดดเด่น แต่หลายคนยอมตายไปกับชีวิตที่เหมือนๆกับคนอื่นๆทั่วไป”



สิ่งหนึ่งที่ Simon ค้นพบคือ...
“ความสุดยอด” หรือ “ศักยภาพ” ในตัวคนเรา ไม่ได้หายไปไหน...
เพียงแต่...
เราเก็บมันไว้ภาพในโดย “ลืม” ไปว่าเรามีศักยภาพอันนั้น!

ดังนั้น...
มีขั้นตอนที่แนะนำ 4 ขั้นตอนที่จะ “งัด” เอาพลังศักยภาพของเราที่อยู่ลึกๆ... ออกมาใช้
ได้แก่...
1.   Clarify – ค้นให้เจอ “สิ่งที่อยู่ภายใน”
เรียนรู้ตนเอง...หาให้เจอว่า “ความสุดยอดของเรา” คืออะไร?
ประเมิน “จุดแข็ง หรือ จุดเด่น” ของเรา ให้เห็นชัดเจนว่า อะไรคือ “ศักยภาพ” ของเรา ?

2.   Color – จับจ้อง และ มุ่งไปยัง “ศักยภาพ” ของเราอันนั้น
“วิธีคิด” ของเรานั้น สำคัญมากที่สุด
เมื่อเห็นศักยภาพของเราเองแล้ว เราจะใช้มันอย่างไร ?
ใช้แค่พอประทังชีวิต หรือ จะใช้มันสร้างความยิ่งใหญ่ ?
คุณเชื่อเพียงพอหรือไม่ ว่า คุณจะใช้ศักยภาพอันนี้ได้จริง ?

3.   Cut – แสดงและพัฒนาศักยภาพให้ใช้ประโยชน์ได้
ต้องเรียนรู้ว่า จะมีปัจจัย หรือ สิ่งใดที่จะนำเอาศักยภาพไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง
อาจจะต้องเปลี่ยนมุมคิดและพฤติกรรมบางอย่าง
อาจจะต้องสร้างความสัมพันธ์และเครือข่าย ที่จะใช้ประโยชน์ศักยภาพอันนี้
พัฒนา “เครื่องไม้เครื่องมือ” ที่จะนำเอาศักยภาพไปใช้ประโยชน์

4.   Carat – ตัดสินใจ แล้วเชื่อและมุ่งมั่นว่า “ศักยภาพ” ของเรานั้นใช้ประโยชน์ได้อย่างยิ่งใหญ่
เมื่อรู้...
เมื่อคิดได้ถูกต้อง...
ก็ต้องเชื่อมั่นตนเอง..
แล้วมุ่งมั่นไปสู่ “จุดที่ยิ่งใหญ่” ของชีวิต โดยใช้ศักยภาพที่เรามีและเอาออกมาใช้ได้
นำมันไปใช้ประโยชน์จริงๆ
มุ่งอยู่กับปัจจุบันหรือเรื่องที่ทำ...ต้องสร้างความสำเร็จแต่ละขั้นตอนของการก้าวเดิน

...ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ เริ่มต้นจากความเชื่อในใจเราเอง...

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

อะไรที่ฉุดเราไว้ ไม่ให้ก้าวหน้า..สำรวจตนเอง คือ จุดเริ่มของ "ความสำเร็จ" ในทุกเรื่อง...

อะไรที่ฉุดเราไว้ ไม่ให้ก้าวหน้า..สำรวจตนเอง คือ จุดเริ่มของ "ความสำเร็จ" ในทุกเรื่อง...

3 สิ่งสำคัญ ที่เป็น "หินถ่วง" ชีวิตของทุกคน ทำให้เดินต่อไปไม่ได้ คือ...

๑. ความกลัว
๒. ความคับข้องใจ
๓. ความล้มเหลว




๑. ความกลัว

ทุกคนมี "ความกลัว" เป็นพื้นฐานชีวิตมนุษย์อยู่แล้ว...ถือเป็นทุนเดิม
แต่คนที่ประสบความสำเร็จ คือ.. คนที่แปลงความกลัว เป็น "การกระทำ"

ดังคำกล่าวที่คสาสสิคที่ว่า "ในอุปสรรค ย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ"

เทคนิคง่ายๆอันหนึ่ง คือ...
แปลงงานชิ้นใหญ่ เป็น "งานชิ้นย่อยๆ"
แล้วทำทีละส่วน เพื่อสร้างความสำเร็จเริ่มต้น ไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในที่สุด


๒. ความคับข้องใจ

"ผมไม่มีทักษะ"
เทคนิค คือ..
ไปฝึกฝนอบรมสิครับ
หาประสบการณ์จากงานที่ทำนั่นแหล่ะ...สุดยอด!

"ดิฉันไม่มีอำนาจตัดสินใจ"
ข้อคิด "อำนาจที่แท้จริง" มาจาก...ความสำเร็จที่ผ่านมาที่คนอื่นๆสัมผัสได้ และ การมีอิทธิพลต่อคนอื่นๆผ่านมาทางความน่าเชื่อถือและเชื่อมั่นในตัวคุณเอง (มากกว่าที่จะมาจากอำนาจตามตำแหน่ง)

"เราไม่ได้รับการสนับสนุนเลย!"
เทคนิค คือ...
จงแสดงให้เห็นว่า "ดิฉันทำได้" เช่น มีความคิดดีๆออกมาคุย  มีความคิดริเริ่มในการทำสิ่งต่างๆ
จงหาการสนับสนุนจากคนอื่นๆก่อน


๓. ความล้มเหลว
ข้อคิด...ไม่มีสิ่งได้หรือคนใดสำเร็จอยู่ตลอดเวลา...
ความล้มเหลวเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เป็นเรื่องปรกติ...
คนที่สำเร็จและยิ่งใหญ่ ทุกคนเคยผ่านความล้มเหลวมาทั้งนั้น...บางคนมีปัญหาชีวิตด้วยซำไป

เทคนิค คือ...
ประเมินความเสี่ยงและหาวิธีเตรียมตัวป้องกันให้ได้มากที่สุด
แม้จะเกิดความผิดพลาดหรือล้มเหลว..จงตั้งสติ แล้วเรียนรู้กับมัน...
บอกกับตัวเองว่า "ครั้งหน้า ไม่มีทางล้มเหลวอีกแน่นอน ต้องสำเร็จ"...


อ๋อ ขอรับ

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Personal Constraints – “ข้อจำกัด”... ที่ทำให้เราไปไม่ถึงดวงดาว!



Personal Constraints – “ข้อจำกัด”... ที่ทำให้เราไปไม่ถึงดวงดาว!

เราทุกคนต่างมี “ข้อจำกัด”... หรือ Personal Constraints
ทั้งนั้น...ทุกคน!

ข้อจำกัดเหล่านี้...
ส่งผลให้ชีวิตเราเดินไปไม่ถึงไหน บางครั้งทำให้เราเจ็บปวดรวดร้าวเสียด้วยซ้ำ...

หนังสือเล่มนี้ดีมากๆครับ...
ถือเป็น Best seller ทีเดียว และแนะนำเลยครับสำหรับเล่มนี้
“ต้องอ่าน”...

ผู้เขียน Flip Flippen เป็นนักจิตวิทยา ที่มีมุมคิดและประสบการณ์เกี่ยวกับชีวิตคนหลายแง่มุม
นำเสนอผ่านข้อจำกัดส่วนบุคคล 10 รูปแบบของข้อจำกัดของคนเรา


ยิ่งมีข้อจำกัดหลายข้อ... ชีวิตก็เหมือนมี “หินถ่วง” อยู่หลายก้อน
ข้อจำกัดมีน้อย ก็เบาตัวกว่า... ไปได้ไกลกว่าคนอื่น...

คนที่มีหินถ่วงอยู่หลายก้อน...
หาก “รู้” ว่าหินที่ถ่วงชีวิตอยู่นั้น มีกี่ก้อน? อะไรบ้าง ?
แล้วเลือกที่จะ “โยนหินที่ถ่วงทิ้งไป”...โดยเฉพาะโยนหินถ่วงก้อนที่ใหญ่ที่สุดออกไปจากตัว
รับรองได้ว่า...
ชีวิตจะเบาขึ้น...สบายมากขึ้น...
การเดินทางของชีวิตจะไปได้ไกลมากกว่าเดิม....
สูงกว่าเดิม...

มี “กฎ” Laws อยู่ 5 ข้อสำหรับพิจารณาเกี่ยวกับ “ข้อจำกัด” เหล่านี้ ได้แก่
๑. ทุกคนมีข้อจำกัดแน่นอน
๒. หากคุณไม่รู้และไม่จัดการข้อจำกัดเหล่านี้ คุณไม่มีทางชนะมันได้
๓. ข้อจำกัดเหล่านี้ มันจะออกฤทธิ์ด้วยตัวของมันเอง(โดยคุณไม่ต้องสั่ง) ในทุกๆเรื่องของชีวิตคุณ
๔. ข้อจำกัดเหล่านี้ มันมีลักษณะที่จำเพาะ
๕. ใครก็ตามที่มีข้อจำกัดน้อยที่สุด...คนนั้นคือ “ผู้ชนะ” ในเกมส์



ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Knowing where to spend your money

Knowing where to spend your money



.....................
อย่าไปหาร้านลดราคา หรือ...
ร้านขายของถูกเลย...
สำหรับ “รองเท้า” และ “เตียงนอน”

เพราะของสองสิ่งนี้...
คือสองสิ่งที่คุณจะต้องใช้มัน “ทุกวัน”
ของชีวิตของคุณ
“ตลอดชีวิต”...
...................
ยอมจ่ายเถอะครับ เพื่อชีวิตของคุณเอง...
....................

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ฉันทำได้... ใช่! ฉันทำได้ (I can do it… I can!)

I can do it… I can!
(Refer to Book: Transform your life by Penny Ferguson)



ฉันทำได้... ใช่! ฉันทำได้ (I can do it… I can!)

“ความมั่นใจ” มีคนบอกว่า มันสร้างได้...
มันคือ ทักษะอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ชีวิตของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น
และ...
มีหลายครั้งหลายครา...
ที่เราสร้าง “ความไม่มั่นใจ” ขึ้นมาเอง ทำให้เราไม่สามารถทำอะไรในสิ่งที่เราอยากทำได้
(stop us from doing things that we want to do!...)

มีผู้หญิงคนหนึ่ง...แบ่งปันว่า...
ในที่ประชุมคราหนึ่ง ที่เธอนั่งประชุมด้วย
โดยปรกติแล้ว เธอจะนั่งฟังเงียบๆจนจบการประชุมเสมอ
แต่เธอคิดว่า เธอก็มีความคิดอะไรดีๆที่จะช่วยการประชุมได้ เพียงแต่เธอไม่กล้าที่จะพูดออกไป
และเธอตั้งข้อสังเกตอันหนึ่งว่า...
บ่อยๆที่หลังจบการประชุม จะมีคนพูดกันว่าไม่เห็นรู้เรื่องเลย “เจ้านายพูดอะไรเนี่ย?”...
ครั้งนี้เธอจึงตั้งใจว่า...จะถามคำถามกับเจ้านาย เพื่ออย่างน้อยน่าจะทำให้เจ้านายได้อธิบายอะไรบางอย่างเพื่อให้คนเข้าใจมากขึ้น (นี่คือการช่วยเหลือทีมงานในองค์กร)...
เธอเองก็รู้สึกวุ่นวายใจ แต่สุดท้ายเธอเรียก “ความเชื่อมั่น” แล้วถามออกไป ดังที่ตั้งใจไว้
ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นดีเกินคาด!...
ไม่เพียงแต่เพื่อนร่วมงานที่มาขอบคุณเธอกับคำถามที่ทำให้เจ้านายตอบให้กระจ่างมากขึ้น
แต่ เจ้านายเองก็เดินมาขอบคุณเธอที่ถามคำถามในที่ประชุม...

หลายๆครั้ง...
เรามักจะมีความคิดบางอย่าง วิ่งเข้ามารบกวนความมั่นใจหรือความตั้งใจในหัว...
ส่งผลให้เราละเลยที่จะทำสิ่งดีๆอย่างเรื่อง ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
เราก็จะพลาดโอกาสดีๆหรือประสบการณ์ดีๆ “หลายอย่าง” ในชีวิตของเราไป

ลองดูใหม่นะครับ...
เอา “ความมั่นใจ” เป็นตัวตั้งของ “ความตั้งใจ”
อย่าปล่อยให้ เราเองสร้าง “ความไม่มั่นใจ” ที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราเอง ให้พลาดสิ่งดีๆในชีวิต

“เปลี่ยน” ตั้งแต่วันนี้...วินาทีนี้เลย!
(Transform your life…Now!)

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

10 Deadly Marketing Sins "ความผิดพลาด" ด้านการตลาด 10 ประการ

10 Deadly Marketing Sins

บาปร้ายแรงด้านการตลาด 10 ประการ
เป็นหนังสือของอาจารย์ฟิลิป คอตเลอร์ ซึ่งแปลโดยคุณ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

หนังสือเล่นนี้ออกมานานแล้ว เฉพาะหนังสือแปลก็ปี 2004
แต่เนื้อหาสาระไม่ได้เก่าไปตามหนังสือแต่อย่างใดครับ
ยังพบเห็นกรณี ”บาป” ได้อยู่เสมอในปัจจุบัน

ผมไม่ค่อยอยากเรียกว่า “บาป” เท่าใดนัก... เพราะดูมันมีระดับอ่อนไป
ผมอยากใช้คำว่า “ความผิดพลาดที่ทำให้ธุรกิจล้มเหลว” มากกว่า...
ให้สมกับผลกระทบที่มันเกิดขึ้นในองค์กรที่เพิกเฉยต่อ 10 ประการในหนังสือเล่มนี้



ความผิดพลาดที่ 1
องค์กรไม่รู้จักตลาดดีพอ และไม่ใส่ใจลูกค้าของตนเองดีพอ
แก้ไขโดย-การทำ STP (=Segmentation, Targeting and Positioning)

ความผิดพลาดที่ 2
องค์กรไม่เข้าใจ “กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย” ดีเพียงพอ รู้ไม่จริง
แก้ไขโดย-๑) ตรวจสอบ Need, Want, Desire, Attitude, Behavior ของลูกค้าอย่างละเอียดให้เข้าใจ แล้ว ๒) ทำให้คนในองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ทำงานเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดกับลูกค้า Customer Satisfaction

ความผิดพลาดที่ 3
องค์กรไม่รู้ว่าใครคือ “คู่แข่ง” ที่สำคัญ และไม่รู้รายละเอียดของคู่แข่งเหล่านั้น โดยเฉพาะการเดินกลยุทธ์ของพวกเขา “คู่แข่ง”
แก้ไขโดย- เรียนรู้และเข้าใจ Competitors และ Competition เพื่อการสร้างกลยุทธ์ที่ดีในการแข่งขัน

ความผิดพลาดที่ 4
องค์กรไม่จัดการดูแล “ผู้มีส่วนได้เสีย” กับองค์กร
แก้ไขโดย-สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียในระดับต่างๆ และ มีการทำเรื่องโปรแกรม Recognition หรือ Rewards

ความผิดพลาดที่ 5
องค์กรไม่สามารถค้นหาโอกาสใหม่ๆได้
แก้ไขโดย-พัฒนาระบบขึ้นมา เพื่อประเมินโอกาสใหม่ๆ แล้วจัดลำดับเพื่อหาโอกาสที่ดีที่สุด ตมสถานการณ์ในปัจจุบัน

ความผิดพลาดที่ 6
กระบวนการวางแผนขององค์กรไม่มีประสิทธิภาพ
แก้ไขโดย-ต้องมีการทำแผนการตลาดที่มีมุมมองหรือเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ความผิดพลาดที่ 7
นโยบายด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ไม่รัดกุมเพียงพอ
แก้ไขโดย-มุ่งเน้นการใส่ใจไปที่สองส่วน คือ Marketing Mix และ Product Mix

ความผิดพลาดที่ 8
องค์กรด้อยในทักษะการสร้างแบรนด์และการสื่อสาร
แก้ไขโดย-เน้นสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง โดยมุ่งการทำการส่งเสริมการตลาดและการขายที่คุ้มค่าการลงทุน และใช้เครื่องมือทางการสื่อสารเข้ามาช่วยเหลือ

ความผิดพลาดที่ 9
การจัดองค์กรไม่ดีพอที่จะทำให้การทำการตลาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
แก้ไขโดย-เน้นไปที่เป้าหมายการเป็นผู้นำตลาด และมุ่งเน้นการสร้าง “Teamwork” ทั่วทั้งองค์กร
(สมัยใหม่จะมีการใช้คำว่า Engagement มากขึ้น)

ความผิดพลาดที่ 10
องค์กรไม่ได้ใช้หรือไม่ได้นำมาใช้ในเรื่องเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์
แก้ไขโดย-เรียนรู้แนวโน้มของเทคโนโลยี และทำการจัดหาและ/หรือปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อการได้เปรียบในการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

“ผู้นำ” ต้องนำการเปลี่ยนแปลง

“ผู้นำ” ต้องนำการเปลี่ยนแปลง

ปัจจุบัน...
ถือว่า... การนำการเปลี่ยนแปลงในองค์กรนั้น...
จะกลายเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของ “ผู้นำ” ไปแล้วก็ว่าได้...
เพราะโลกและสังคมมันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
จนต้องมี “ใครบางคน” คอยนำหรือคอยจัดการการเปลี่ยนแปลงนั้น...
เพื่อให้กลุ่มอยู่รอดได้...

หนังสือ “Active Leader 360o” เล่มนี้...
มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่องด้วยกัน...



เรื่องที่ผมอยากกล่าวไว้ ณ ที่นี้ คือเรื่อง “ผู้นำ.. ต้องนำการเปลี่ยนแปลง”
ผู้นำที่ดี คือคนที่สามารถทำให้พนักงาน เติบโตทางความคิด ความรู้ และทักษะ เพื่อความก้าวหน้า
ผู้นำที่ดี ต้องมีความสามารถในการสื่อสารและสร้างแรงบันดาลใจ
ผู้นำที่ดี ต้องกระตุ้นและเชื้อเชิญให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วม
ผู้นำที่ดี ต้องรู้จักคุณค่าของพนักงานทุกคน
ผู้นำที่ดี ต้องกล่าวชมคนที่นำเสนอความคิดริเริ่มดีๆ (ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขององค์กรที่ดีขึ้น)
และ...
ผู้นำที่ดี ต้องมองออกว่า พนักงานคนใดเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลงจนไม่อาจแก้ไขได้ และกล้าหาญพอที่จะบอกเลิกจ้าง

ลองหาอ่านดูครับ...

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ


วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Books หนังสือดี อ่านทีไร ได้ feel ทุกที !

หนังสือดี อ่านทีไร ได้ feel หรือ ประเด็นใหม่ๆเสมอ...

ผมชอบอ่านหนังสือมากครับ

ประมาณว่า...
วันไหนไม่ได้อ่านหนังสือ
จะรู้สึกเหมือน "กินยาไม่ได้เขย่าขวด"
ชีวิตมันจะรู้สึกขาดอะไรไปอย่าง... สองอย่าง...

กิจวัตรประจำวันที่เกี่ยวข้องกับหนังสือของกระผม คือ...
ตื่นเช้ามา เข้าห้องน้ำกับหนังสืออะไรก็ได้ "หนึ่งเล่ม"
ส่วนมากก็จะเป็น หนังสือเล่มที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด
หรือไม่ก็... เล่มที่อยู่ใกล้ห้องน้ำมากที่สุด...
(เหม็นหรือเปล่า...อันนี้ไม่ตอบครับ)




แล้วทุกอย่างก็ "ไหลไปตามน้ำ"...
ชีวิตสุขีทุกเช้ากับหนังสือครับผม

ก็อย่างที่บอก...ผมอ่านเล่มเดิมๆได้ไม่รู้เบื่อ...
เพราะทุกครั้งที่อ่าน "มันไม่เหมือนเดิม"...

ต่างกรรมต่างวาระ...
ทัศนะย่อมเปลี่ยนไป...

มีคนเคยบอกว่า...
"เราทุกคน เปลี่ยนตัวเองอยู่ทุกวัน"
เนื่องจากแต่ละวันที่ผันผ่านไป...
เราทุกคนจะได้รับอะไรๆเข้ามาสู่ตัวเราเสมอ
ผลกระทบไปสู่ความคิดของเราเอง
ตลอดเวลา...

บทความหนึ่งจากหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่เคยอ่านมานานแล้ว
ให้แง่คิดที่ดีอย่างหนึ่ง... ที่ผมนึกถึงอยู่ตลอดมา คือ...
ชีวิตของคนเรานั้น...
เป็นกระบวนการตอบสนองสิ่งกระตุ้นที่เข้ามาสู่ตัวเรา(ตลอดเวลา)
โดยเราจะต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลาว่า...
จะเลือกทางไหน...(จากสิ่งที่สมองเราคิดมาให้เราเองเลือกหลายๆทาง)
เป็นกระบวนการที่เรียกว่า Feedback นั่นเองครับผม
มันจะเกิด cycle ที่วนไปไม่มีที่สิ้นสุด...

Books หรือ หนังสือที่เราอ่าน...
ก็เป็นแหล่งข้อมูลทางหนึ่งที่ตัวเราเองจะนำไปสร้างทางเลือกให้กับชีวิตเรา...
Feeling ความรู้สึกที่เกิดขึ้น...
เป็นสิ่งที่เป็นทั้งผลและเหตุของการใช้ชีวิตของเราเช่นกัน...

คำถามทิ้งท้าย คือว่า...
ท่านอ่าน Books อะไรบ้างในแต่ละวัน ?
ท่านมี Feeling ในแต่ละช่วงเวลาของวันเป็นอย่างไรบ้าง ?
และ ท่านได้ใช้สิ่งเหล่านี้ เพื่อทำชีวิตให้ "ถึงพร้อม" ได้มากน้อยแค่ไหน ?

ลองตอบตัวท่านเอง "เล่นๆ" นะครับ...


วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ชิวิตนั้น มันมี “วิถี” ของมัน

Negative Change

 
“การเปลี่ยนแปลง”
ถือเป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิต
“ทุกคน”...

 
ประเด็นอยู่ที่ว่า
ใครปรับตัวได้เก่งกว่ากัน

 
อีกมุมคิดหนึ่งก็คือ
การเปลี่ยนแปลง มี ๒ แบบ คือ
บวก และ ลบ

 
แบบ “บวก” คงไม่เท่าไร
แต่แบบ “ลบ” หรือ Negative change นี่สำคัญอย่างยิ่ง

 
เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลงเชิงลบ

มักจะเกิดกลไกของการตอบสนองในทิศทางคล้ายๆกัน (ดูรูปประกอบครับ)
  • ช็อค Immobilisation
  • ปฏิเสธ Denial
  • โกรธ Anger
  • ยอมรับและพูดคุยหาทางออก Bargaining
  • ยอมรับสิ่งนั้นเพื่อใช้ชีวิตต่อไป Acceptance
 

 

 
ชิวิตนั้น มันมี “วิถี” ของมันครับ
บางส่วนควบคุมได้ บางส่วนควบคุมไม่ได้
เราเองคงต้องจัดสัดส่วนชีวิตให้ดี
เพื่อการใช้ชีวิตของเราเองให้ดีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ