แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Talent แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Talent แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Surround yourself with the best - Dianne Thompson : Chief Exec. of Camelot group

http://boomeryearbook.com/blog/wp-content/uploads/2009/03/byb-optical-illusions-circles-clip_image001.jpg

ผู้นำที่แท้จริง...
จะไม่กลัวที่จะมี "ลูกน้องที่เก่งกว่า" มีความสามารถมากกว่า

ดีซะอีก...ที่มีลูกน้องเก่งๆ
ผู้นำจะต้องนำลูกน้องเก่งๆมาร่วมกันทำงาน
สร้างเป็นทีมงานที่ยิ่งใหญ่

หากเป็นเช่นนี้แล้ว...
งานขององค์กรก็จะทำสำเร็จได้อย่างง่ายดาย
ง่ายขึ้น

คนยิ่งมีคุณภาพสูง...
งานก็จะมีประสิทธิภาพสูงตามไปด้วย

ประเด็นที่สำคัญสำกรับเรื่องนี้คือ...
"การมอบหมายงาน" หรือ Delegation

โดยสรุปแล้ว...
"อย่ากลัว" ที่จะรับ "คนเก่งกว่า" เข้ามาทำงาน
จงรับเข้ามา...พัฒนาพวกเขา...มอบหมายงานที่เหมาะสม...
ให้อำนาจในการทำงาน...
แล้วองค์กรจะ "สำเร็จอย่างงดงาม"

Dianne Thompson : Chief Exec. of Camelot group
...
อ๋อ ครับผม

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิธีคิด และ ข้อระลึก ของการเป็น "Coach ที่ดีที่สุด"


ตัว Coach เอง...
ต้องรักษา “วิธีคิดและวางบทบาทในการสอนงานอย่างต่อเนื่อง” (maintain the mindset of coach)
และที่สำคัญอีกอย่างคือ...
“ต้องรักษาความเชื่อมั่นที่ว่า ผู้รับการชี้แนะนั้น มีความสามารถในการปฏิบัติตามข้อตกลงได้จริง และจะพบความสำเร็จในที่สุด” (Believing in their ability)
ต้องระลึกไว้เช่นนี้เสมอ!

รายละเอียดที่ http://coach-ampol.blogspot.com/2011/10/how-tocoach.html

อ๋อ ครับผม

ทำงานเอง กับ ทำงานแบบมี coach หรือคนชี้แนะ นั้น “ต่างกัน” แน่นอน


พนักงานกลุ่มที่มีทักษะหรือประสบการณ์ มักถูกทิ้งให้ทำงานคนเดียว หาทางทำงานเอง stand alone
ต้องระลึกไว้เสมอว่า...
ทำงานเอง กับ ทำงานแบบมี coach หรือคนชี้แนะ นั้น “ต่างกัน” แน่นอน
เพราะการมีคนชี้แนะนั้น งานจะออกมาดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด และยังเป็นการสร้างแรงกระตุ้นในการทำงานที่ดีอีกด้วย
หากทิ้งให้พวกเขาโดดเดี่ยวแล้ว สิ่งที่จะพบคือ “การลาออก” สูงมากขึ้น

รายละเอียดที่ http://coach-ampol.blogspot.com/2011/10/coach-errors.html

อ๋อ ครับผม

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Release your Brilliance – เปล่งประกาย “ความสุดยอด” ของคุณออกมา ให้โลกรู้!

Release your Brilliance – เปล่งประกาย “ความสุดยอด” ของคุณออกมา ให้โลกรู้!

เป็นหนังสืออีกเล่มหนังที่อ่านง่าย และ ให้กำลังใจสูงมาก
เขียนโดย Simon T. Bailey เป็นคนดำที่ถูกมองไม่ดี เหยียดผิว ในวัยเด็ก
แต่เขาสามารถเปลี่ยนมุมคิด เพื่อเปล่งประกายความสุดยอด หรือ “ความยิ่งใหญ่” ออกมาได้
สุดยอดครับ...

“ถิ่นที่เกิด หรือ ชีวิตที่ผ่านๆมา ไม่ได้เป็นตัวกำหนด อนาคต/ชะตาชีวิตของคุณ(Destiny)”
“ชีวิตทุกคนเกิดมากับความแตกต่างที่โดดเด่น แต่หลายคนยอมตายไปกับชีวิตที่เหมือนๆกับคนอื่นๆทั่วไป”



สิ่งหนึ่งที่ Simon ค้นพบคือ...
“ความสุดยอด” หรือ “ศักยภาพ” ในตัวคนเรา ไม่ได้หายไปไหน...
เพียงแต่...
เราเก็บมันไว้ภาพในโดย “ลืม” ไปว่าเรามีศักยภาพอันนั้น!

ดังนั้น...
มีขั้นตอนที่แนะนำ 4 ขั้นตอนที่จะ “งัด” เอาพลังศักยภาพของเราที่อยู่ลึกๆ... ออกมาใช้
ได้แก่...
1.   Clarify – ค้นให้เจอ “สิ่งที่อยู่ภายใน”
เรียนรู้ตนเอง...หาให้เจอว่า “ความสุดยอดของเรา” คืออะไร?
ประเมิน “จุดแข็ง หรือ จุดเด่น” ของเรา ให้เห็นชัดเจนว่า อะไรคือ “ศักยภาพ” ของเรา ?

2.   Color – จับจ้อง และ มุ่งไปยัง “ศักยภาพ” ของเราอันนั้น
“วิธีคิด” ของเรานั้น สำคัญมากที่สุด
เมื่อเห็นศักยภาพของเราเองแล้ว เราจะใช้มันอย่างไร ?
ใช้แค่พอประทังชีวิต หรือ จะใช้มันสร้างความยิ่งใหญ่ ?
คุณเชื่อเพียงพอหรือไม่ ว่า คุณจะใช้ศักยภาพอันนี้ได้จริง ?

3.   Cut – แสดงและพัฒนาศักยภาพให้ใช้ประโยชน์ได้
ต้องเรียนรู้ว่า จะมีปัจจัย หรือ สิ่งใดที่จะนำเอาศักยภาพไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง
อาจจะต้องเปลี่ยนมุมคิดและพฤติกรรมบางอย่าง
อาจจะต้องสร้างความสัมพันธ์และเครือข่าย ที่จะใช้ประโยชน์ศักยภาพอันนี้
พัฒนา “เครื่องไม้เครื่องมือ” ที่จะนำเอาศักยภาพไปใช้ประโยชน์

4.   Carat – ตัดสินใจ แล้วเชื่อและมุ่งมั่นว่า “ศักยภาพ” ของเรานั้นใช้ประโยชน์ได้อย่างยิ่งใหญ่
เมื่อรู้...
เมื่อคิดได้ถูกต้อง...
ก็ต้องเชื่อมั่นตนเอง..
แล้วมุ่งมั่นไปสู่ “จุดที่ยิ่งใหญ่” ของชีวิต โดยใช้ศักยภาพที่เรามีและเอาออกมาใช้ได้
นำมันไปใช้ประโยชน์จริงๆ
มุ่งอยู่กับปัจจุบันหรือเรื่องที่ทำ...ต้องสร้างความสำเร็จแต่ละขั้นตอนของการก้าวเดิน

...ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ เริ่มต้นจากความเชื่อในใจเราเอง...

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด
อ๋อ ขอรับ

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พิชัยสงครามขงเบ้ง ตอน "การดูคน"

พิชัยสงครามขงเบ้ง ตอน "การดูคน"

หนังสือเล่มนี้แปลจากต้นฉบับภาษาจีน โดย "อมร ทองสุก"



ผมถือว่า "ขงเบ้ง" เป็นผู้หนึ่งที่เก่งสุดยอดปรมาจารย์ด้านการดูคน และ ใช้คนครับผม

หลักของการดูคน "ว่าด้วยกลวิธีในการดูคน 7 ประการ" จากหนังสือ คือ

1. ยุแหย่ด้วยเรื่องดีร้าย แล้วสังเกตดูซึ่งปณิธาน
2. บริภาษให้อับจน แล้วสังเกตดูซึ่งปฏิภาณ
3. สอบถามซึ่งกลยุทธ์ แล้วสังเกตดูซึ่งปัญญา
4. บอกกล่าวซึ่งเคราะห์ภัย แล้วสังเกตดูซึ่งความกล้า
5. มอมเมาด้วยสุรา แล้วสังเกตดูซึ่งอุปนิสัย
6. ผูกมัดด้วยอามิส แล้งสังเกตดูซึ่งความสุจริต
7. มอบหมายภาระกิจให้ทำในเวลาที่จำกัด แล้วสังเกตดูซึ่งสัจจะ

ลองปรับใช้กันดูนะครับ...
เพราะผู้นำต้องทำหน้าที่ให้ครบทั้ง 4 ส่วน คือ
POLC
Planning, Organizing, Leading and Control

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Talent25 – ‘25-8-53’

Talent25 – ‘25-8-53’ (อะไรเหรอ?)

ผมชอบหนังสือเล่มนี้มากครับ
Leadership ของ Tom Peters
(จริงๆมีหนังสือที่ต้องอ่านของเขาที่สุดยอดอีกหลายเล่ม แนะนำให้หาอ่านขอรับท่าน!)


ครั้งนี้ ขอเริ่มด้วยเรื่อง Talent25 (25 เรื่องที่เกี่ยวพันกับ “สุดยอดมนุษย์งาน” = Talent)
คำว่า ‘25-8-53’ ดูแล้วอาจจะงงๆ
ทำงาน 25 ชั่วโมง/วัน, 8 วัน/สัปดาห์ และ 53 สัปดาห์/ปี... สุดยอดครับ (ทำได้ไง?)
นั่นหมายถึงว่า...
“สุดยอดมนุษย์งาน” (Talent) นั้น เขาทำงานตลอดเวลา...

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากคือ ประโยคที่ว่า
“Talent นั้น เขาไม่เพียงจะสร้างแบรนด์(Brand)ให้กับองค์กร แต่ Talent ตัวเขาเองนั่นแหล่ะ ที่เป็นแบรนด์เสียเอง” ... ใช่เลยครับ...
จากประสบการณ์ผมแล้ว ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จริงที่สุด
ทำไมเหรอครับ ?
เพราะ Talent เขามีความรักและผูกพันกับองค์กร(ที่เขาเป็นคนเลือกที่จะมาทำงานเอง) คือมี Engagement นั่นเองครับผม...

The Talent25 (“สุดยอดมนุษย์งาน”)
1.    Put People FIRST!
องค์กรที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ต้องมีวิธีการจัดการบริหารบุคคลากรขององค์กรอย่างเหมาะสม
ซึ่งในปัจจุบันนี้ ต่างถือกันว่า “คน คือ ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร”
ดังนั้นองค์กรต้องสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
และโดยเฉพาะกับ Talent ผู้ซึ่งมีพลังในการสร้างงานใหม่ๆเพื่อองค์กร
และที่สำคัญ...
ดังที่มีการพูดกับบ่อยๆ (แต่ไม่รู้ทำกันบ้างหรือเปล่า เพราะพูดคำนี้แล้วมันดูดีน่ะครับ!)
‘put the right man to the right job!’
ให้คนทำงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนๆนั้น
จะมาถึงตรงนี้ได้ กลุ่มที่ทำงานเกี่ยวกับ “ทรัพยากรบุคคล” หรือ ฝ่ายบริหารต้องวิเคราะห์คน/พนักงานให้ออกว่า ความสามารถของเขาคืออะไร(Strengths)

ผมเห็นเจ้านายบางคนก็คิดเอง เออเอง เสร็จแล้วก็จัดคนๆนั้น ไปทำงาน แล้วไม่เคยที่จะตามไปดูแลเลยว่าเขาทำได้จริงเหมือนที่คิดหรือเปล่า (ก็เพราะมั่วเรื่องคนไปแล้วตั้งแต่ต้น)
ที่ร้ายใหญ่คือ ลูกน้องคนนั้นทำไม่ได้ตามเป้า ก็อัดแหลก แบบไม่โทษตัวเอง...(?)
กรรมขององค์กรครับ... 

2.    Pursue the BEST.
ประเด็นนี้ก็เข้าท่าดีครับ...
ทั้งองค์กรที่สุดยอด และ Talent มักจะมีมุมมองคล้ายๆกัน
องค์กรที่สุดยอด ก็จะตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ (The BEST) และจะเลือกเฉพาะคนที่ใจใหญ่จริงๆมาทำงานที่ยิ่งใหญ่นี้เท่านั้น

Talent ก็เหมือนกันครับ...
ธรรมชาติของพวกเขาแล้ว ชอบอะไรที่ท้าทายอยู่เสมอ
มองทุกอย่างเป็น “โอกาสตลอดเวลา”
ดังนั้น พวกเขามักอยากจะทำอะไรที่เป็น The BEST เสมอ...

3.    Focus on Intangibles.
หากทำอะไรที่มันรู้ๆกันอยู่ว่าจะจบลงอย่างไร มีขั้นตอนอย่างละเอียด...
ใครๆก็ทำได้ครับ...
Talent เขาไม่ชอบทำอะไรแบบนี้หรอกครับ
พวก Talent มักจะมองเห็นอะไรแจ่มชัดกว่าคนอื่นๆ... แม้เริ่มต้นมันอาจจะเป็นแค่แนวคิดเล็กๆเท่านั้น
แต่ Talent จะลุกขึ้นมาคลุกอยู่กับประเด็นนั้น แล้วสร้างมันขึ้นมาให้ยิ่งใหญ่
ตลอดเวลา เมื่อพวกเขามีโอกาส...
ซึ่งตรงนี้ หากองค์กรหรือเจ้านายเข้าใจ ก็จะส่งเสริมจนกลายเป็นตำนานในที่สุด
(เจ้านาย Talent ย่อมเข้าใจประเด็นี้ดีครับผม)

4.    Reward ‘People skills.’
คนแต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน แกร่งต่างกัน (Strengths)
ดังนั้น องค์กรต้องเลือกคนให้เหมาะกับงาน จึงจะสร้างประสิทธิผล เพื่อไปสู่เป้าหมายได้
ซึ่งจริงๆแล้ว พวก Talent มักจะรู้ศักยภาพของตนเองดีอยู่แล้ว และอาจจะเสนอตัว โดดลงมาลุยงานเลยก็เป็นได้
ประเด็นในข้อนี้ที่เกี่ยวกับ People skills นั้น หมายถึงว่า...
คนที่จะมานำคนอื่นๆ ต้องมีทักษะเรื่องคนจริงๆ (People person)
จึงจะเหมาะสมที่สุด เพื่อ The BEST ขององค์กร
ต้องมอง “คนเป็นคน”...
(คือ เข้าใจเรื่องคนนั่นแหล่ะครับ)
หลายๆครั้งเรามักจะพบว่า...
คนที่ไม่เข้าใจเรื่องคน ขึ้นมาบริหารกลุ่ม...
จริงๆอาจจะทำได้ระดับหนึ่งครับ คือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ ในการสั่งการทำงาน
แน่นอนผลผลิตอาจจะได้จริง แต่มักไม่เต็มที่เท่าที่ควรจะเป็น เพราะจริงๆแล้วเขาไม่มี People skills ครับ
คนไทยหลายๆคนมักพูดว่า ชอบเจ้านายแบบโอบอ้อมอารี มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ “ขอเป็นลูกน้องคนๆนี้ครับพี่” ...
สุดท้ายแล้ว มันก็ไม่ใช่ตามที่คิดทั้งหมด
เคยเจอไหมครับ ที่ทำอย่างที่ว่าแล้ว ทำไมองค์กรยังย่ำอยู่กับที่ ไม่เติบโตในอัตราเร่งเท่าที่ควร
โดยเฉพาะในช่วงที่โลกต้องการการเคลื่อนที่เร็วมากๆอย่างนี้ (ด้วยอาการ ‘Change’)
ถามว่า..
สิ่งที่ต้องการแบบที่ว่านั้น นำพาองค์กรอยู่รอดได้จริงๆหรือ ?

5.    Create Opportunities to Lead.
“The way to create leaders is to … let people lead”
องค์กรที่ได้คนที่เก่งหรือหาคนที่เป็น Talent ที่จะเป็นผู้นำได้ ก็นับว่ามีโอกาสงาม...
เพียงแต่ต้องให้เวทีกับพวกเขาได้ใช้ความสามารถ “ความเป็นผู้นำ” ที่กำลังจะฉายแสง...ให้เปล่งประกายออกมา
‘Leading is not about age’
การนำไม่เกี่ยวกับอายุหรอกนะครับ
ตรงนี้ผมเชื่อ และเคยชื่มชมคนอายุน้อยๆ แต่มีความกล้าที่จะนำกลุ่ม
แล้วพวกเขาก็ทำได้ดีมากๆทีเดียว...

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงที่สุด